This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • Youtube
  • GooglePlus
02 448 9111

สสปท. มอบประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบกิจการ SMEs ที่ผ่านการประเมินตามโครงการ Safety Standard for SMEs : SSS และโครงการจัดทำมาตรฐาน/องค์ความรู้ความปลอดภัยทางถนนสำหรับสถานประกอบกิจการขนส่ง

          สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) จัดงานมอบประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบกิจการ SMEs ที่ผ่านการประเมินตามโครงการ Safety Standard for SMEs : SSS และโครงการจัดทำมาตรฐาน/องค์ความรู้ความปลอดภัยทางถนนสำหรับสถานประกอบกิจการขนส่ง  ณ ห้องบุษบงกช เอ โรงแรมรอยัลริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพฯ  โดยได้รับเกียรติจาก  พลเอก อภิชาต  แสงรุ่งเรือง  ประธานกรรมการบริหารสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ เป็นประธานในพิธีและร่วมรับฟังการประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการพร้อมมอบประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบกิจการที่ผ่านการประเมินตามโครงการ Safety Standard for SMEs : SSS และโครงการจัดทำมาตรฐาน/องค์ความรู้ความปลอดภัยทางถนนสำหรับสถานประกอบกิจการขนส่งในโครงการนี้มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น ๓๒ แห่ง และผ่านการประเมินด้านการนำระบบมาตรฐานความปลอดภัยฯ ไปดำเนินงาน จนได้รับรางวัล Platinum ทั้งสิ้น ๑๒ แห่ง ระดับ Silver ๑ แห่ง และระดับ Basic ๑๕ แห่ง และที่ไม่ผ่านการประเมินอีก ๔ แห่ง

        พลเอก อภิชาต กล่าวว่า “สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งในด้านการสร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการนำเข้าสินค้าต่างประเทศและเป็นจุดเริ่มต้นในการประกอบการธุรกิจที่เชื่อมโยงกับกิจการขนาดใหญ่ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากบริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โพลิเมอร์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด รวมทั้งที่ปรึกษาโครงการ บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส โดยทุกฝ่ายมุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กในกลุ่มพลาสติกและเคมีภัณฑ์ และกลุ่มประเภทกิจการขนส่ง มีระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ได้มาตรฐาน และสนับสนุนการลดการประสบอันตรายของผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ เพื่อนำไปสู่ระดับมาตรฐานที่สูงขึ้นหรือมาตรฐานระดับสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมภายในประเทศให้แข็งแกร่งยั่งยืนต่อไป”