This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • Youtube
  • GooglePlus
Thai languages
+66 2 448 9111
วันศุกร์, 25 กันยายน 2563 14:55

อันตรายแฝงจากฟอร์มัลดีไฮด์

Rate this item
(0 votes)

ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารเคมีที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่น

  • ยูเรียฟอร์มัลดีไฮด์ ใช้ในกระบวนการผลิตไม้อัด พาติเกิลบอร์ด เฟอร์นิเจอร์ สารเคลือบ

  • เมลามีนฟอร์มัลดีไฮด์ ใช้ในกระบวนการทำถ้วยชาม

  • ฟีนอลฟอร์มัลดีไฮด์ ใช้ในกระบวนการผลิตผ้าเบรกรถยนต์ ใบเจีย ใบตัด ทรายทำแบบหล่อโลหะ ฉนวนกันความร้อน

  • โพลีอะซีทัล ใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

  • 1,4-บิวเทนไดออล ใช้ในกระบวนการผลิตตัวทำละลาย พลาสติก

 

การใช้ฟอร์มัลดีไฮด์ในประเทศไทย จะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตยูเรียฟอร์มัลดีไฮด์สูงถึงร้อยละ 70 สำหรับ  ฟีนอลฟอร์มัลดีไฮด์ เมลามีนฟอร์มัลดีไฮด์ โพลีอะซีทัล และเคมีภัณฑ์อื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 7, 4, 14 และ 5 ตามลำดับ

         สถานประกอบกิจการที่มีการใช้และกักเก็บฟอร์มัลดีไฮด์ จะมีการตรวจสอบคุณภาพอากาศ โดยตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของฟอร์มัลดีไฮด์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่งของการปลดปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งมีผลกระทบต่อการได้รับสัมผัสเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ คือ ภายในสำนักงานที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ฟอร์มัลดีไฮด์ในกระบวนการผลิต เช่น ตู้ โต๊ะ พรมปูพื้น วอลเปเปอร์ สี และภาชนะบรรจุอาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น

          พื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง และการระบายอากาศไม่ดีพอ คนที่ทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าว จะมีโอกาสได้รับฟอร์มัลดีไฮด์เพิ่มขึ้น จากการหายใจ การสัมผัส และการรับประทาน ถึงแม้ว่าร่างกายมีกลไกกำจัดสารละลายฟอร์มัลดีไฮด์แล้วก็ตาม แต่ถ้าร่างกายได้รับสารนี้มากเกินไปหรือได้รับอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้มีผลต่อสุขภาพ องค์กรวิจัยระหว่างประเทศเกี่ยวกับโรคมะเร็ง (International Agency for Research on Cancer - IARC) จัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ กลุ่ม 1 (Group 1) มีอันตรายสูง จึงถูกควบคุมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมประมง โดยกรมควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมจัดให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 เนื่องจากมีคุณสมบัติก่อให้เกิดอันตรายจากการติดไฟ การระเบิด และมีฤทธิ์กัดกร่อน ในส่วนประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2560 ระบุขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ ไม่เกิน 0.75 ppm ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายสำหรับการสัมผัสในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 2 ppm เป็นเวลา 15 นาที

การตรวจวัดความเข้มข้นของฟอร์มัลดีไฮด์ในสำนักงาน

            การเก็บและการวิเคราะห์ตัวอย่างสารฟอร์มัลดีไฮด์ในอากาศ อ้างอิงตามวิธีมาตรฐานของ NIOSH Manual of Analytical Methods (NMAM) เก็บตัวอย่างอากาศที่ระดับหายใจ (Breathing zone) โดยใช้หลอดเก็บตัวอย่างอากาศ CARTRIDGE (DNPH-coated silica gel tube) ต่อกับปั๊มดูดอากาศ (Air sampling pump) อัตราการไหลที่ 0.03-1.5 ลิตร/นาที เก็บตัวอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง หลังจากนั้นนำตัวดูดซับในหลอดตัวอย่างมาสกัดด้วยอะซีโตไนไตรล์ (Acetonitrile) แล้วนำมาวิเคราะห์ต่อด้วยเครื่องโครมาโตกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography, HPLC) เพื่อหาความเข้มข้นของฟอร์มัลดีไฮด์

 

อันตรายจากการได้รับสารฟอร์มัลดีไฮด์

  • หากได้รับไอระเหยของฟอร์มัลดีไฮด์จากการหายใจ จะทำให้แสบจมูก เจ็บคอ ไอ หลอดลมบวม หายใจไม่ออก ถ้าสูดดมในปริมาณมาก อาจทำให้น้ำท่วมปอด จนหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก และเสียชีวิตในที่สุด

  •  เมื่อสัมผัสฟอร์มัลดีไฮด์จะเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน ผื่นแดง หากสัมผัสโดยตรงจะทำให้ผิวหนังไหม้เป็นสีขาว

  • หากรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนฟอร์มัลดีไฮด์ในปริมาณมาก จะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน อุจจาระร่วง หมดสติ ระบบหมุนเวียนเลือดล้มเหลว อาจทำให้เสียชีวิต

 

แนวทางป้องกันและลดการได้รับการสัมผัสฟอร์มัลดีไฮด์

  • เฝ้าระวังและติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในสำนักงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

  •  เปิดหน้าต่างระบายอากาศออกเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จะลดปริมาณความเข้มข้นของฟอร์มัลดีไฮด์ได้

  • จัดให้มีระบบระบายอากาศที่เพียงพอ และระบบดูดอากาศเฉพาะที่

  • การใช้เทคโนโลยีการล้างสารพิษในอากาศ (Air Detoxify Paint) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีของสีทาผนัง โดยใช้หลักการของการดูดซับคาร์บอน และย่อยส่วนที่เหลือให้กลายเป็นไอน้ำบริสุทธิ์

  • ปลูกไม้ประดับเพื่อดูดซับฟอร์มัลดีไฮด์ เช่น สาวน้อยปะแป้ง (Dumb cane) หมากเหลือง (Areca palm หรือ Yellow palm) เดหลี (Peace lily) เยอบีร่า (Gerbera daisy) และวาสนา อธิษฐาน (Cornstalk plant) เป็นต้น

 

เอกสารอ้างอิง

  1. มงคล พันธุมโกมล, กฤตพัฒน์ จุ้ยเตย และ ปณตพร บุญเปี่ยมศักดิ์, คู่มือการจัดการสารเคมีอันตรายสูง ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde), พิมพ์ครั้งที่ 1, กรุงเทพฯ: กรมโรงงานอุตสาหกรรม, 2553.

  2. ธนาวุฒิ สุราษฎร์มณี, อันตรายจากฟอร์มาลดีไฮด์ในสำนักงานและที่พักอาศัย, วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ฉบับที่ 2, หน้า 130-136, 2561.

  3. บังอร ฉางทรัพย์, ฟอร์มาลดีไฮด์/ฟอร์มาลีน ภัยร้ายใกล้ตัว, ว. วิทย. เทคโน. หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, ฉบับที่ 1, หน้า 97-109, 2558.
Read 1887 times Last modified on วันอังคาร, 29 กันยายน 2563 11:25

บทความล่าสุด